บราซิล ปะทะ นอร์เวย์
บราซิล จะพบกับ นอร์เวย์ ในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 6 กรกฏาคม 2026 เวลา 03.00 น. ที่สนาม เม็ตไลฟ์
ก่อนลงเล่น ฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีม บราซิล ตระหนักดีถึงสถิติที่ไม่เคยชนะคู่ต่อสู้อย่าง นอร์เวย์ ตลอดพบกัน 4 ครั้งก่อนหน้านี้
การพบกันที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นที่สนามสต๊าด เวโลโดรม เมื่อกว่า 28 ปีที่แล้ว เมื่อทีมยักษ์ใหญ่จากอเมริกาใต้เสียเปรียบ 1-0 จนแพ้ในช่วงท้ายเกม แม้ว่าผลการแข่งขันนั้นจะมีข้อแม้ว่า บราซิล ได้การันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่ม A ก่อนการแข่งขันนัดที่สามแล้วก็ตาม
โดยในปี 2026 แชมป์โลก 5 สมัยก็ยังไม่สามารถเอาชนะ นอร์เวย์ ได้ หลังเคยเสมอกัน 1-1 ในเกมกระชับมิตรเมื่อปี 2006
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Opta คาดการณ์ว่า บราซิล จะเอาชนะ นอร์เวย์ ได้ภายใน 90 นาที อยู่ที่ 53.6% จากการจำลองก่อนการแข่งขัน โดย บราซิล ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเพียงครั้งเดียวจาก 10 นัดใน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย
เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าตัวความหวังของ นอร์เวย์ มีสถิติที่น่าสนใจ เมื่อยิงประตูได้ในทุกนัดจาก 13 นัดหลังสุดในทีมชาติ รวมเป็น 25 ประตู
ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ รู้ดีว่า บราซิล ต้องยกระดับตัวเองให้ดีขึ้นก่อนที่จะเผชิญหน้ากับ เออร์ลิง ฮาลันด์ และ อร์เวย์ ในรอบ 16 ทีม ก่อนหน้านี้ทัพเซเลเซา เฉือนชนะ ญี่ปุ่น ในรอบที่แล้ว โดย กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกม ทำให้พลิกกลับมาเอาชนะได้ 2-1
ประเด็นน่าสนใจ
เนื่องจาก ราฟินญ่า บาดเจ็บไม่สามารถลงเล่นได้ บราซิล จึงกำลังกังวลเรื่องความฟิตของ ลูคัส ปาเกต้า และ คาเซมิโร่ โดย ปาเกต้า ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งในเกมกับ ญี่ปุ่น และ คาเซมิโร่ ถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนที่ มาร์ติเนลลี่ จะยิงประตูชัย
แม้หลายคนเชื่อว่าอดีตนักเตะ เรอัล มาดริด จะลงเล่นได้ แต่ ปาเกต้า มีแนวโน้มที่จะถูกแทนที่ด้วย ดานิโล่ ซานโตส ในแดนกลาง
ถึงแม้ มาเธอุส คุนญ่า จะไม่สามารถเพิ่มประตูจากสามประตูของเขาได้ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 65 แต่กองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะยังคงได้ลงเล่นเป็นตัวจริงต่อไป ทำให้ มาร์ติเนลลี่ ต้องนั่งสำรอง
ขณะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมใน ฟุตบอลโลก หนนี้โดยยิงไป 4 ประตูและแอสซิสต์อีกหนึ่งครั้ง ซึ่งน่าจะออกสตาร์ท 11 คนแรกตามเดิม

ด้าน นอร์เวย์ ยูเลี่ยน ไรเออร์สัน ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมอีกเลยนับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บและต้องออกจากสนามหลังจากผ่านไป 13 นาทีในเกมกับ เซเนกัล แม้ว่าจะมีข่าวว่าเขาใกล้จะกลับมาลงสนามได้แล้วหลังจากอาการบาดเจ็บที่ต้นขาซึ่งทำให้เขาพลาดเกมกับ ฝรั่งเศส และ ไอวอรี่โคสต์
ส่วนในด้านเกมรุก ฮาลันด์ ทำไปแล้ว 5 ประตูในการลงเล่น บอลโลก นัดแรกของเขา ทำให้เขามีจำนวนประตูน้อยกว่า ลิโอเนล เมสซี่ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ เพียง 1 ประตู
ประตูของ ฮาลันด์ คิดเป็น 50% ของ 10 ประตูทั้งหมดที่ ทีมชาตินอร์เวย์ ทำได้โดยมีผู้เล่นอีก 4 คนทำคนละ 1 ประตู และเขาจะเป็นแกนหลักตัวความหวังในการผลิตสกอร์ใส่ บราซิล ผนึกกำลีงร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และ แพทริก เบิร์ก
ผลงาน 5 เกมหลังสุดของทั้งสองทีม
ผลงาน บราซิล 5 เกมหลังสุด
30/06/26 บราซิล 2-1 ญี่ปุ่น
25/06/26 สกอตแลนด์ 0-3 บราซิล
20/06/26 บราซิล 3-0 เฮติ
14/06/26 บราซิล 1-1 โมร็อกโก
07/06/26 บราซิล 2-1 อียิปต์
ผลงาน นอร์เวย์ 5 เกมหลังสุด
01/07/26 ไอวอรี่โคสต์ 1-2 นอร์เวย์
27/06/26 นอร์เวย์ 1-4 ฝรั่งเศส
23/06/26 นอร์เวย์ 3-2 เซเนกัล
17/06/26 อิรัก 1-4 นอร์เวย์
08/06/26 โมร็อกโก 1-1 นอร์เวย์
ความเป็นไปได้ของเกม
บราซิล รู้ดีว่าพวกเขาต้องยกระดับเกมของตัวเอง เชื่อว่าทัพเซเลเซา จะเดินหน้าบุกเต็มกำลังตั้งแต่เริ่มเกม และเอาชนะไปในที่สุด
และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด SBOTOP และ ฟุตบอลโลก 2026 ทีเด็ดเดิมพัน รวมไปถึง ฟุตบอลโลก 2026 ผลการแข่งขัน สามารถติดตามข่าวได้ที่นี่
| คำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับมูลค่าเดิมพันของเรา ( |
|||
|---|---|---|---|
●●●
เข้าชมบล็อคของเราเพื่อดูข้อมูลต่างๆ และค่าอ๊อดส์ที่หลากหลายของฟุตบอล
อัพเดทข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับกีฬาและการเดิมพัน




