ตลาดหน้าหนาว พรีเมียร์ลีก เงียบเหงา
อาจดูเหมือนเป็นเรื่องนานมาแล้ว แต่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้าหนาวก็เคยสร้างช่วงเวลาเดดไลน์เดย์สุดไอคอนิกมาแล้วหลายครั้ง แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับ พรีเมียร์ลีก 2026
ลองนึกถึง อันเดรย์ อาร์ชาวิน ที่บินฝ่าหิมะถล่มมายังลอนดอนในปี 2008 เพื่อเซ็นสัญญากับ อาร์เซนอล สภาพอากาศเลวร้ายถึงขั้นต้องเลื่อนเส้นตายออกไปอีก 24 ชั่วโมง หรือปี 2013 เมื่อ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ กองหน้าของเวสต์บรอมวิช ขับรถกว่า 120 ไมล์จากเบอร์มิงแฮมไปลอนดอน ด้วยความหวังเล็ก ๆ ว่าจะได้ย้ายไป ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
และปี 2011 คือเดดไลน์หน้าหนาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลิเวอร์พูล สร้างความฮือฮาด้วยการคว้าตัว แอนดี้ แคร์โรลล์ จาก นิวคาสเซิล พร้อมกับ หลุยส์ ซัวเรซ จาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม นับจากนั้นตลาดหน้าหนาวก็ยังมีโมเมนต์น่าจดจำอยู่บ้าง แต่วันสุดท้ายของตลาดเองกลับค่อนข้างเงียบเหงา
พรีเมียร์ลีก มีเดดไลน์หน้าหนาวที่เงียบที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีดีลเกิดขึ้นเพียง 7 รายการเท่านั้น จริง ๆ แล้วเดดไลน์เดย์ไม่ได้คึกคักมาพักใหญ่แล้ว ปี 2024 มี 13 ดีล, ปี 2023 มี 16 ดีล และปี 2022 มี 14 ดีล ความดราม่าของวันเดดไลน์มักจะค่อนข้างเงียบในลีกชั้นนำอื่น ๆ มาโดยตลอด บางทีลีกแดนผู้ดีอาจเคยชินกับความคึกคักเกินไปก็เป็นได้
บิ๊ก 6 ทุ่มเงินสูงในตลาดหน้าหนาวไม่บ่อย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดีลใหญ่ที่น่าจดจำเพียงไม่กี่ครั้งในวันเดดไลน์หน้าหนาว คือการย้ายทีมของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ตอนนั้นเขาเพิ่งคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม ฟุตบอลโลก 2022 กับทีมแชมป์อย่าง อาร์เจนตินา ก่อนย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมทีม เชลซี ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ด้วยค่าตัวซึ่งในเวลานั้นเป็นสถิติสูงสุดของอังกฤษที่ 106.8 ล้านปอนด์
การใช้จ่ายของเชลซีคือปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดรอบนั้น และช่วยสร้างสถิติใหม่ของฟุตบอลลีกอังกฤษ โดยมีเงินถูกใช้ไปทั้งหมด 815 ล้านปอนด์ ซึ่ง เชลซี รับผิดชอบถึง 284.1 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็น 34.86% นั่นเป็นผลจากการเริ่มลงทุนในทีมของกลุ่ม BlueCo ที่ล่าช้า หลังจากเข้าซื้อสโมสรเมื่อช่วงซัมเมอร์ก่อนหน้า ทำให้ตัวเลขการใช้จ่ายโดยรวมกลายเป็นค่าผิดปกติ โดยเฉพาะในยุคหลังโควิด
ดีลของ เฟร์นานเดซ ยืดเยื้อไปตลอดทั้งคืน เป็นมหากาพย์แบบไป ๆ มา ๆ ก่อนจะเสร็จสิ้นลงในช่วงวินาทีสุดท้ายของเดดไลน์
ตลาดหน้าหนาวมีเพียง 3 ปีเท่านั้นที่มีการใช้จ่ายมากกว่าปีนี้

อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักที่ในปี 2024 จะเกิดการ “ปรับฐาน” ขึ้น เมื่อมีการใช้จ่ายในตลาดหน้าหนาวเพียง 95 ล้านปอนด์เท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นยอดใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี และยังต่ำกว่าตลาดช่วงโควิดในปี 2021 ถึง 2.1 ล้านปอนด์ด้วย
หลังจากตลาดปี 2023 ที่มีการย้ายทีมมากถึง 98 ดีล จำนวนการซื้อขายในช่วงถัดมาก็ค่อนข้างทรงตัว โดยอยู่ที่ 75, 77 และ 78 ดีลในแต่ละฤดูกาล สำหรับตลาดหน้าหนาวครั้งนี้ มีการใช้จ่ายรวม 390 ล้านปอนด์ ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 421 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 2024
บางทีภาพของเดดไลน์เดย์อาจทำให้เราเข้าใจคลาดเคลื่อนไปหรือไม่? เพราะหากมองเฉพาะในแง่ของเม็ดเงิน ตลาดรอบนี้ไม่ได้ถือว่าประหยัดเลย เพราะในรอบ 10 ตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา มีเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ที่มีการใช้จ่ายมากกว่าปีนี้ ได้แก่ ปี 2018, 2023 และ 2025
แม้แต่ในวันเดดไลน์เองก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็มีเพียง 3 ปีดังกล่าวเท่านั้นที่ยอดใช้จ่ายในตลาดหน้าหนาวทะลุ 100 ล้านปอนด์ แล้วตลาดซื้อขายเดือนมกราคมกำลังน่าเบื่อขึ้นจริงหรือไม่?
บางทีอาจเป็นเพราะว่า นอกเหนือจากข้อยกเว้นเพียงไม่กี่ครั้ง ตลาดหน้าหนาวก็ไม่เคยเป็นอะไรที่พิเศษมากนักตั้งแต่แรกแล้ว
และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด SBOTOP และ พรีเมียร์ลีก 2026 ทีเด็ดเดิมพัน รวมไปถึง ข่าวฟุตบอลอังกฤษ สามารถติดตามข่าวได้ที่นี่
●●●
เข้าชมบล็อคของเราเพื่อดูข้อมูลต่างๆ และค่าอ๊อดส์ที่หลากหลายของฟุตบอล
อัพเดทข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับกีฬาและการเดิมพัน




